|
ข้อเท็จจริงคดีฆ่าพระ
ที่วัดไทย ในอริโซน่า
เมื่อ
๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๔
จากคำแปลของ
ธัชชัย ศุภผลศิริ
ในหนังสือสรุปสำนวนคดีฆ่าพระล้างบางที่อริโซน่า
การไต่สวนความสมัครใจในการรับสารภาพ
ก่อนเริ่มพิจารณาคดี
ได้มีการไต่สวนเพื่อวินิจฉัยว่าคำรับสารภาพของดูดี้รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่
ในระหว่างไต่สวน
มีข้อถกเถียงเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง
เพราะการสอบถามมีการบันทึกเทปไว้หมด
ในที่สุดผู้พิพากษาศาลชั้นต้นคือท่านเกรกอรี่
มาร์ติน ได้วินิจฉัยว่าคำรับสารภาพของดูดี้รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
การพิจารณาคดี
การพิจารณาคดีของดูดี้เริ่มต้นในวันที่
17 พฤษภาคม
ค.ศ. 1993 (พ.ศ. 2536)
ต่อหน้าผู้พิพากษามาร์ตินและคณะลูกขุน
จำเลยให้การต่อสู้คดีสองประการคือ
ประการแรกดูดี้โต้แย้งว่าโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า
เขาอยู่ใกล้วัดที่เกิดเหตุในคืนที่มีการฆาตกรรม
นอกเหนือไปจากคดีรับสารภาพของเขารอง
ซึ่งคณะลูกขุนอาจไม่ยอมรับได้เพราะเหตุเป็นคำรับสารภาพโดยไม่สมัครใจและไม่น่าเชื่อถือ
ฉะนั้นหลักฐานอย่างเดียวที่โยงตัวเขากับอาชญากรรมที่วัดไทย
จึงมาจากคำให้การของการ์เซียและคนอื่น
ๆ
ซึ่งล้วนน่าสงสัยให้ความน่าเชื่อถือ
ประการที่สอง
จำเลยต่อสู้ว่า
ถ้าเขาอยู่ที่วัดไทยจริง
(ดังที่เขาเคยพูดไว้บางส่วนในคำสารภาพ)
เขาก็อยู่ที่นั่นโดยถูกาคาตาเซีย
การ์เซีย และคนอื่น
ๆ
หลอกใช้เป็นเครื่องมือเท่านั้นโดยเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าคนหรืออาชญากรรมอื่น
ๆ เลย
การฟ้องคดีของโจทก์
ในระหว่างการพิจารณาคดีเป็นเวลาหลายวันนั้น
คณะลูกขุนได้ฟังเทปที่บันทึกการสอถามดูดี้เกือบสิบสามชั่วโมง
และคำให้การของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องคณะลูกขุน
ยังฟังเทปบันทึกปากคำของการ์เซียเป็นเวลาอีกหลายวันด้วย
การ์เซียให้การตามที่เขาตกลงกับฝ่ายโจทก็ไว้ว่า
ในฤดูร้อนของปี
1991 (พ.ศ.
2534) จู่
ๆ โจนาธัน
ดูดี้
ก็มาหาพร้อมด้วยแผนที่จะเข้าปล้นวัดไทย
การ์เซียให้การว่า
ดูดี้วางแผนโดยละเอียดและระบุว่าต้องสังหารคนที่อยู่ที่นั่นด้วยและการ์เซียก็ตกลงตามนั้น
การ์เซียเสนอขึ้นระหว่างการวางแผนว่าคาราตาเซียน่าจะไปด้วย
แต่ดูดี้ไม่เห็นชอบด้วย
การ์เซียอ้างว่าเขาและดูดี้ขอยืมปืนยาวจากคาราตาเซียเมื่อวันที่
๙
สิงหาคม
ส่วนการ์เซียเอาปืนลูกซองของพ่อของเขาไป
เขาและดูดี้ไปที่วัดโดยออกจากบ้านนั้น
พวกเขาแต่งตัวธรรมดาแล้วค่อยไปเปลี่ยนเป็นชุดสนามระหว่างทาง
แต่การ์เซียอธิบายไม่ได้ว่าทำไมเขาจึงถอดรองเท้าทิ้งไว้ที่บ้านอแมนด้า
การ์เซียบอกว่าคณะลูกขุนว่า
เมื่ออยู่ภายในวัดแล้ว
เขาเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาและพยายามจะโน้มน้าวโจนาธันไม่ให้ฆ่าพระ
แต่การ์เซียอ้างว่าโจนาธันยืนยันว่าจะต้องไม่ให้มีพยานเหลืออยู่
การ์เซียบอกว่าดูดี้เป็นคนยิงเหยื่อทีละรายคนละนัดหรือสองนัด
ที่ด้านหลังศรีษะแบบการประหารชีวิต
การ์เซียให้การว่าเขาก็ใช้ปืนลูกซองยิง
แต่พอพยายามยิงให้พลาดหรือทำให้เหยื่อบาดเจ็บน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
การ์เซียถูกคัดค้านเกี่ยวกับข้อตกลงรับผิดของเขา
และผลประโยชน์ที่เขาจะได้จากการนั้น
แต่ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของเขาถูกศาลปฏิเสธ
19
โจทก์ได้พยายามโยงดูดี้เข้ากับทรัพย์สินที่เชื่อว่าถูกขโมยมาจากวัด
ถึงแม้ว่าไม่ได้พบทรัพย์สินชิ้นใดในครอบครองของดูดี้เลย
20
โจทก์พยายามจะพิสูจน์ว่าทรัพย์สินของวัด
อยู่ในความครอบครองของดูดี้จึงให้เอกสิทธิคุ้มกันแก่พยานสองคืนคือ
ไมค์
ไมเออร์ส และแองเจล
โรว์เล็ทท์
ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของคาราตาเซีย21
ไมเออร์สและโรว์เลทท์
ยอมรับว่าสมคบกับคาราตาเซียเอาของที่เป็นของวัดไปจำนำแต่อ้างว่าขโมยของเหล่านั้น
(กล้องถ่ายรูปหลายตัว)
มาจากดูดี้อีกที
22
ส่วนที่เหลือของฟ้องของโจทก์จะเกี่ยวกับหลักฐานคำรับอื่น
ๆ
ของดูดี้
23
และหลักฐานที่ว่าดูดี้มีมูลเหตุจูงใจทางการเงินในการกระทำความผิดนั้น
แม้ว่าจะมีงานไม่เต็มเวลาทำอยู่สองงานก็ตาม
24
การต่อสู้คดีของจำเลย
จำเลยไม่ได้ให้การในศาลแต่ได้ยื่นคำให้การต่อสู้
อย่างไรก็ตามการวินิจฉัยของศาลหลายข้อเป็นอุปสรรคต่อการต่อสู้คดีตรง
ๆ อย่างที่ควรจะเป็น
ที่จริงแล้ว
ฝ่ายจำเลยอยู่ในสถานการณ์ที่แปลกประหลาดที่จะต้องเสนอพยานหลักฐาน
ซึ่งในบางแง่ดูจะเป็นการพิสูจน์สิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่ฝ่ายจำเลยต้องการแสดงให้เห็นจริง
ๆ
โดยเฉพาะในสองประเด็นสำคัญยิ่ง
คือ ประเด็นคำรับสารภาพของกลุ่มทูซอนสี่คน
และ"คำให้การ"
ของโรแลนโดย
คาราตาเซีย
ที่จริงแล้ว
ฝ่ายจำเลยต้องการนักสืบให้
คณะลูกขุนเห็นว่ามีคนอื่นที่เคยรับสารภาพมาแล้วว่าได้กระทำความผิดที่ดูดี้กำลังถูกดำเนินคดีอยู่นี้
ไม่ว่าคำรับสารภาพนั้น
จะถือว่าชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เพราะการที่คณะลูกขุนจะยอมรับคำรับสารภาพของกลุ่มทูซอนสี่คน
ย่อมจะนำมาซึ่งการมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการกระทำผิดของดูดี้
หรือถ้าคณะลูกขุนจะไม่ยอมรับฟังคำรับสารภาพเหล่านั้นก็ย่อมเป็นเหตุให้ดูดี้พ้นผิดได้
เพราะถ้าถือว่าคำรับสารภาพเหล่านั้น
ไม่ชอบด้วยกฎหมายคำรับสารภาพของดูดี้ก็ต้องใช้ไม่ได้เหมือนกัน
แต่ศาลก็ไม่อนุญาตให้ฝ่ายจำเลยนำสืบพิสูจน์ข้อนี้
ฝ่ายจำเลยต้องการพิสูจน์ว่าคาราตาเซียมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมนี้
และขอให้ศาลเรียกคาราตาเซียมาเบิกความเป็นพยาน
26
แม้ฝ่ายจำเลยจะไม่ได้คาดหวังว่าคาราตาเซียจะสารภาพผิดเมื่อถูกซักค้าน
แต่ก็เชื่อว่าเมื่อถูกซักค้านแล้ว
จะเห็นได้ว่าคาราตาเซียโกหก
และคณะลูกขุนจะไม่ยอมรับคำปฏิเสธว่า
ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องของเขา
ทั้งจะทำให้เกิดเหตุอันควรสงสัยขึ้นได้
อย่างไรก็ดี
คาราตาเซียได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ
แก้ไขครั้งที่ห้าที่จะไม่ต้องมาศาลแม้ฝ่ายจำเลยจะคัดค้านก็ตาม
ดังนั้นคณะลูกขุนจึงไม่มีโอกาสได้เห็นเขาเลย
ฝ่ายจำเลยได้รับอนุญาตให้นำเสนอหลักฐานเป็นบันทึกคำเบิกความของคาราตาเซีย
ในการไต่สวนคำร้องขอโอนคดีเยาวชนอย่างไรก็ตาม
โดยที่ทางฝ่ายโจทก์ยืนยันและฝ่ายจำเลยคัดค้านอย่างแข็งขัน
บันทึกคำเบิกความเป็นลายลักษณ์อักษรนี้
ได้ถูกเรียบเรียงใหม่โดยตัดส่วนที่เกี่ยวกับอาชญากรรมอื่น
ๆ
และความประพฤติไม่ดีของคาราตาเซียออกไปด้วย
ส่วนที่สำคัญพอ
ๆ กันก็คือ
หลักฐานที่ว่าคาราตาเซียเคยรับกับเพื่อนที่ชื่อ
เจมส์ เฮอรอน
ขณะที่ตัวเองถูกควบคุมตัวอยู่ว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมที่วัดไทย
และบอกเฮอรอนด้วยว่าดูดี้คิดว่าเป็นแค่เกมเท่านั้น
หลักฐานส่วนนี้ถูกตัดออกจากสำนวนทั้งหมด
เฮอรอนเคยเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังเกี่ยวกับการพูดคุยของเขากับคตาราตาเซีย
โดยได้สาบานตนกับเจ้าหน้าที่และได้มอบพยานเอกสารชิ้นหนึ่ง
คือ ลายเซ็นรของคาราตาเซียที่มอบให้เขา
แต่เมื่อฝ่ายจำเลยไม่สามารถหาตัวเฮอรอนมาเบิกความยินยันคำกล่าวรับ
ภายใต้คำสาบานของตนแต่เดิมได้
หลักฐานชิ้นนี้จึงถูกปฏิเสธโดยถือเป็นพยานบอกเล่า
ต่อมาเมื่อเฮอรอนมาปรากฏตัวหลังจากคู่ความยุติการสืบพยาน
ฝ่ายจำเลยจึงขอเปิดคดีใหม่
แต่ศาลปฏิเสธคำขอนี้
ซึ่งอยู่ในสถานกักกันเยาวชนร่วมกับการ์เซียและคาราตาเซีย
ตอนช่วงปลายเดือนตุลาคม
ได้เบิกความอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนักว่าการ์เซียบอกว่าตัวการ์เซียเอง,
คาราตาเซีย
กอนซาเลซ
และดูดี้ไปที่วัด
และกลุ่มทูซอนสี่คนก็เกี่ยวข้องด้วย
หลักฐานอื่น
ๆ
ของฝ่ายจำเลยมุ่งจะชี้ว่า
ถ้าดูดี้มีส่วนร่วมด้วย
เขาก็เป็นเพียงผู้ถูกหลอกใช้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
แฟนสาวของดูดี้ชื่อว่าวิคกี้
โจนส์
เบิกความว่าตอนต้น ๆ
ฤดูร้อน
โจนาธันได้พูดกอย่างเปิดเผยต่อหน้าแบรนดอน
เบอร์เนอร์ว่าเขาจะไปที่วัดเพื่อเล่นเกมบางอย่าง
เบอร์เนอร์ก็เบิกความว่า
โจนาธันได้พูดกับเขาอย่างเปิดเผยก่อนเกิดเหตุฆาตกรรมที่วัดเกี่ยวกับเกมการสู้รบที่เรียกว่า
"intrusion alert"
ที่เขาจะไปเล่นกันใกล้ ๆ
วัดกับการ์เซีย
ดูดี้ไม่ได้แสดงอาการใดให้โจนส์และเบอร์เนอร์เห็นว่าจะมีความลับอะไรเลย
คำวินิจฉัยของคณะลูกขุนและคำพิพากษา
หลังจากที่อัยการได้แถลงปิดคดีต่อคณะลูกขุนอย่างแสดงอารมณ์
และอย่างที่ฝ่ายจำเลยเห็นว่าเป็นทางเสียหายต่อจำเลย
คณะลูกขุนได้ลงความเห็นว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องทุกข้อหารวมทั้งการฆ่าคนโดยเจตนา
คำวินิจฉัยแสดงว่าคณะลูกขุนไม่ยอมรับข้ออ้างของโจทก์ว่า
เป็นการฆ่าคนไทยโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
จึงชี้ขาดว่าเป็นการฆ่าคนโดยเจตนา
การปฏิเสธว่าไม่เป็นการฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
จึงแสดงว่าคณะลูกขุนไม่เชื่อคำให้การของการ์เซียและคำฟ้องของโจทก์
ดูดี้ต้องคำพิพากษาเมื่อวันที่
11 กุมภาพันธ์
ค.ศ. 1994
(พ.ศ. 2537)
ศาลชั้นต้นปฏิเสธที่จะลงโทษประหาชีวิตโดยคำนึงถึงเหตุบรรเทาโทษ
เพราะอายุของดูดี้และการไม่มีประวัติอาชญากรรมมาก่อน
ศาลยังคำนึงถึงเหตุบรรเทา.โทษอื่น
ก็คือการที่การ์เซียก็ไม่ต้องรับโทษประหารชีวิต
ถึงแม้ว่าจะมีหลักฐานที่อาจนำไปสู่การพิสูจน์ว่าการ์เซียเองที่เป็นคนครอบครองปืนและลงมือยิง
ดังนั้น ในสถานการณ์เช่นนี้ซึ่งยังมีความไม่กระจ่างชัดอยู่มากเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงที่วัด
ศาลจึงไม่ลงโทษประหารชีวิตดูดี้
|