บทความ

   

ประวัติวัด
พรหมคุณาราม

ชุดที่ ๑
ชุดที่ ๒

ชุดที่ ๓
ชุดที่ ๔
ภาษาอังกฤษ

ครั้งหนึ่ง ณ
วัดพรหมคุณาราม
ชุดที่ ๑
ชุดที่ ๒

ชุดที่ ๓
ชุดที่ ๔

 


Powered by



 



ครั้งหนึ่ง ณ วัตพรหมคุณาราม  (ชุดที่ ๑)

        มีเรื่องหนึ่ง ที่คิดว่ายังคาใจของท่านพุทธศาสนิกชนว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร และจบลงด้วยวิธีใด และทำใมจึงต้องมีวันสำคัญวันนี้ว่า  วันมหารำลึก

มีคำถามอยู่จำนวนมากที่ต้องตอบ  กรณีคดีสังหารโหดพระธรรมทูตและฆราวาสไทย    วัดพรหมคุณาราม  พุทธศาสนิกชนต่างเศร้าโศกเสียใจและหวั่นวิตกนานาประการ บางคนก็เห็นว่า  พระและฆราวาสที่ตายไม่น่าจะต้องตายฟรี บางคนก็เห็นว่าถึงเวลาที่ต้องตายไปด้วยอุบัติของกรรมในอดีต บางคนก็เห็นว่าควรรื้อฟื้นคดีขึ้นมา เพื่อความกระจ่างและเป็นธรรมแก่ผู้ต้องหาและหรือแก่ผู้ที่ถูกสังหารโหด บางคนก็ว่าจะต้องไปรื้อฟื้นขึ้นมาทำใม ไม่อาจทำให้คนที่ตายไปแล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ได้อีก  บางกลุ่มก็เห็นว่าลำบากเปล่า ที่จะเสียเงินเสียทองเป็นจำนวนมาก เพื่อไปช่วยไถ่ชีวิตเด็กเพียงคนเดียวซึ่งไม่มีใครรู้จัก  เป็นการทำให้ทรัพย์สินจำนวนมากของแผ่นดิน ต้องสูญเสียเงินทองและเวลา เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ  ยังมีเด็กไทยอีกนับหมื่นนับแสนที่กำลังลำบากยากแค้นอยู่ในชนบทถิ่นทุรกัน ดาร  บางคนก็ว่าเป็นเพราะไปมีปัญหากับคนท้องถิ่นหรือเปล่า หรือว่าเป็นการเหยียดสีผิวตามที่มีคนกล่าวถึงกัน    หน้านี้จะมีคำตอบ

             ตั้งแต่วันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ ที่เกิดคดีฆ่าพระสงฆ์ สามเณร เด็กและแม่ชี จำนวน ๙ ท่าน นับเป็นความความสยดสยองทารุณโหดร้าย อาลัยอาดูรของพุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมาก   หลายคนคิดเหมือนกันว่าทำใมมันถึงหฤโหดอย่างนี้ มีจิตใจปรกติหรือเปล่า  และการสังหารโหดครั้งนี้มีฆาตกรเพียงคนเดียวหรือสองคน อย่างที่ทางการตำรวจและอัยการกล่าวถึงหรือไม่    

            เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเหตุการณ์สอนใจให้วัดไทยในต่างประเทศ ต้องเตรียมการและป้องกันเสนาสนะให้รัดกุมและมิดชิด เพื่อจะไม่มีเหตุร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำสองกับวัดไทยวัดอื่น หรือวัดในพระพุทธศาสนาแห่งอื่นในสหรัฐอเมริกา         

            การต่อสู้คดีนี้ระหว่างอัยการกับผู้ต้องหา ซึ่งประกอบด้วยนายโจนาธาน ดูดี้ และนายอเล็ก การ์เซียร์ ในที่สุดศาลได้ตัดสินคดีให้จำคุก ๒ ผู้ต้อง ซึ่งจะได้กล่าวในรายละเอียดต่อไป จะกล่าวเป็นกลางตามความจริงที่เกิดขึ้น ตามความรู้และเข้าใจ 

            จนกระทั่งทุกวันนี้แม้คดีนี้ปิดไปแล้ว  ศาลได้ตัดสินลงโทษวัยรุ่น    คนว่าเป็นผู้ผิด การสังหารพระไทยและคนไทยทั้งวัดรวม ๙ ชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว 

หากถามว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้พิพากษาและลูกขุนที่ฟังการไต่สวนคดีทั้งหมด  ไม่มีใครตอบได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ว่าใครเป็นคนฆ่าพระและคนไทยทั้ง    คนที่วัดพรหมคุณาราม ฉะนั้นการตัดสินในครั้งนั้น จึงเป็นไปตามหลักฐานที่อัยการได้นำเสนอในการไต่สวนที่ศาลเมืองฟินิคส์ รัฐอริโซน่า

อัยการกล่าวว่า นายโจนาธัน ดูดี้ นายการ์เซีย ได้ยืมปืนของเพื่อนคนหนึ่งมาร่วมก่อการโหดในที่พักของพระสงฆ์วัดพรหมคุณาราม ด้วยจุดประสงค์ต้องการทรัพย์ แต่เหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นด้วยการสังหาร ๙ ชีวิต ในบริเวณห้องรับแขกทั้งหมด เมื่อถูกจับได้และถูกสอบสวนว่าเป็นผู้ต้องสงสัย ประกอบมีการค้นหาปืนซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเป็นปืนกระบอกที่ใช้ในการสังหารจริง จึงถูกจองจำ และนำขึ้นไต่สวนในศาล ต่อมานายการ์เซียได้ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าคนทั้งหมดแต่ผู้เดียว  ลูกขุนบางท่านและผู้พิพากษาต่างเชื่อว่านายโจนาธานอาจจะอยู่ในที่เกิดเหตุ 

ในการไต่สวนนั้น พยานปากสำคัญคือนายอเล็กซ์  การ์เซีย  ซึ่งให้การว่า  นายโจนาธานเป็นคนฆ่าทุกคนในวัดพรหมคุณาราม ส่วนตนเองเป็นฆาตกรฆ่าหญิงชราคนหนึ่งตาย  เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์    

            การต่อสู้คดีนี้ได้ยืดเยื้อออกไปมานานหลายเดือน  โดยมีนายปีเตอร์ บันคาล เป็นทนายความ จนกระทั่งศาลได้ตัดสินให้จำเลยผิดตามหลักฐานของอัยการ ตามเอกสารของรัฐ

            ต่อมาได้มีผู้ต้องการให้รื้อฟื้นคดีนี้ เพื่อนำมาพิจารณาใหม่ ได้เชิญงศาสตราจารย์ อลัน  เดอร์โชวิสซ์ ซึ่งอยู่ที่รัฐแมสซาซูเซส เป็นนักกฏหมายมือหนึ่ง เป็นชาวยิว  เป็นอาจารย์สอนกฏหมายรัฐธรรมนูญที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่ง เป็นทนายความมือหนึ่งของสหรัฐอเมริกา เป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงทั่วไป เป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนที่ประสบความสำเร็จ  เคยว่าความคดีสำคัญ ๆ มามากมาย  คดีทั้งหลายที่ท่านผู้นี้เคยจับมา  มีอยู่สอง  คดี ที่ต่อมาฮอลลิวูดด์นำไปสร้างเป็นภาพยนต์ และเรื่องหนึ่งเคยได้รับรางวัลแอกคาดีมีมาแล้วเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๙๐  

นักกฎหมายผู้นี้เคยว่าความคดีสำคัญ เป็นคดีที่มีชื่อเสียงคดีหนึ่ง คือ  การอุทธรณ์ของนายไมค์  ไทสัน  คดีข่มขืนกระทำชำเรา  ได้ชี้ให้เห็นว่าหญิงสาวผิวดำผู้นี้  เคยมีประวัติการแบล็กเมล์ขู่กรรโชกเงินชายอื่นว่ากระทำชำเราตนเช่นเดียวกันนี้มาแล้ว  แต่เรื่องราวนี้มิได้ถูกนำมาเปิดเผยในศาลชั้นต้น  ทำให้นายไทสันตกเป็นจำเลยอย่างดิ้นไม่หลุด  คดีนี้ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ยืนคำพิพากษาเดิม ทำให้นายไทสันติดคุกต่อไปอีก ซึ่งนับเป็นการเสียชื่อเสียงอย่างมากของทนายชื่อดังผู้นี้  แต่เรื่องยังมิได้จบสิ้นลงเพียงนั้น  ทนายความผู้นี้ไม่เคยยอมปล่อยคดีให้หายไป ทีมงานได้พยายามต่อสู้เรื่อยมา จนในที่สุดทำให้นักมวยชื่อดังได้อิสระภาพในที่สุด 

คดีของนายโจนาธัน  ดูดี้  ที่ถูกศาลตัดสินว่าเป็นผู้มีความผิดจริงในคดีการฆ่าสังหารโหดพระธรรมทูต และชาวพุทธที่วัดพรหมคุณาราม  ทำให้คนไทยจำนวนหนึ่งเกิดความไม่พอใจ และมีความเคลือบแคลงสงสัยในกระบวนการยุติธรรมของรัฐนี้อย่างมาก หนังสือพิมพ์ของคนไทยในอเมริกาลงข่าวนี้ และวิพากวิจารณ์กันพอสมควร   จึงมีผู้พยายามเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับนายโจนาธาน ดูดี้ ซึ่งคิดว่าคดีนี้จะเป็นการทำให้เกียรติภูมิของคนไทยถูกฝรั่งเจ้าถิ่นเหยียดหยามได้อย่างมาก  จึงได้ติดต่อกับนายอลัน  เดอร์โชวิสซ์  ขอความช่วยเหลือให้ว่าความเพื่อรื้อฟื้นคดีนี้  เป็นระยะเวลากว่าสองเดือนครึ่ง   จากรัฐแมสซาชูเซต์ส   ยอมรับจะว่าคดีความนี้ ทำให้ผู้ติดต่อเกิดความพอใจ  และเชื่อมั่นว่ามีท่าทีจะสามารถรื้อฟื้นคดีนี้ได้จริง ไม่เป็นสิ่งที่เหลือวิสัย  และสามารถกระทำได้ตามครรลองของรัฐธรรมนูญและระบบตุลาการของสหรัฐฯ และนำคดีหนึ่งในรัฐอริโซน่ามาศึกษา เรื่องมีอยู่ว่าครอบครัวไทสัน ซึ่งอยู่ในรัฐอริโซน่าถูกปล้น  และโจรได้ฆ่าเจ้าทรัพย์คือนายและนางไทสันตายทั้งคู่  ต่อมาตำรวจเมืองนี้ได้จับกุมลูกชายสองคนของเจ้าทรัพย์ ว่าเป็นฆาตกรปล้นฆ่าพ่อและแม่ของตัวเองคดีนี้  ศาลชั้นต้นแห่งอริโซน่าได้ตัดสินประหาชีวิตวัยรุ่นผิวดำทั้งสองคนนั้น ทนายความเดอโซวิทได้ต่อสู้ว่าความในคดีนี้ให้ จนขึ้นไปถึงศาลสูงสุดแห่งสหรัฐอเมริกา  และวันรุ่นทั้งสองคนได้รับการปล่อยตัวในที่สุด               แต่คดีของนายโจนาธานก็จะเป็นบทพิสูจน์

มีผู้กล่าวว่า คณะที่ติดต่อศาสตราจารย์เดอโชวิทผู้นี้ กล่าวว่า ทนายท่านนี้ว่าความให้เราโดยไม่คิดมูลค่า  แต่ต้องจ่ายให้กับผู้ที่มาค้นคว้าหรืออ่านเรื่องราวของคดีนี้ โดยเป็นลักษณะเหมาจ่าย ซึ่งมีทีมงานประกอบด้วยแนทซ์ เดอโชวิท ซึ่งเป็นนักกฎหมายที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง  นางวิกตอเรีย ไอเกอร์  หุ้นส่วนของนายแนทซ์   ทนายไมเคิล ไชนเดอร์  ผู้ช่วยของทนายของเดอโชวิท นายปีเตอร์  บัลคาน  และยังมีนักศึกษากฎหมาย  แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาดอีกหลายสิบคน ที่เข้ามาร่วมเป็นลูกมือในการค้นคว้าวิจัย   จัดได้ว่าเป็นทีมนักกฎหมายที่แข็งที่สุดในสหรัฐฯ ค่าใช้จ่ายคำนวนออกมาแล้วเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๗๕๐,๐๐๐  เหรียญสหรัฐ ฯ (กว่า ๑๙  ล้านบาท) โดยให้คำมั่นไว้ว่าจะไม่คิดค่าใช้จ่ายเกินจำนวนนี้  ไม่ว่าคดีนี้จะว่าความกินเวลายาวนานสักเพียงใดก็ตาม  หากผู้ติดต่อได้รับเงื่อนไขที่จะหาเงินจำนวนนี้ได้               ปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นระยะที่ผู้พิพากษาจะตัดสิน ซึ่งอาจจะลงโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตแก่นายโจนาธัน  ดูดี้   

            พระภิกษุรูปหนึ่งได้เขียนไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งว่า "วันแรกเมื่อท่านขึ้นบัลลังก์ฟังสรุปสำนวนคดีทั้งหมด  ท่านทำให้ทุกคนในห้องพิจารณาคดีประหลาดใจด้วยคำพูดว่า  เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่มีความซับซ้อนมาก ... ศาลจะไม่ประหลาดใจเลยหากศาลอุทธรณ์จะกลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเสียใหม่"  และในคำพิพากษา  ๑๐  หน้ากระดาษของท่านผู้พิพากษานี้  ได้บรรยายไว้อย่างชัดเจนว่า  ไม่เห็นด้วยกับสมมติฐานของอัยการว่าจำเลยเป็นผู้กระทำการฆาตกรรมเหยื่อทั้ง    ศพ  และระบุความเคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินคดีไว้หลายแห่ง  อันเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการอุทธรณ์  ชัยชนะในชั้นต้นจึงเป็นของเรา  นายโจนาธันได้รับการตัดสินจำคุก  ๒๘๑  ปี"   

            หลังจากนั้นศาสตราจารย์เดอโชวิทได้เข้ามาว่าความในการอุทธรณ์นี้อย่างเต็มตัว  ได้ศึกษาค้นคว้าเอกสารของอัยการผู้พิพากษาและทนายอย่างละเอียด  นับเวลากว่าครึ่งปี ที่นำมาวิเคราะห์หาข้อเท็จจริง  และเข้าใจเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างการสอบสวน  และพิจารณาคดีอย่างละเอียด    

              ต่อไปจะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับคดีฆ่าพระไทยและคณะ ๙ ชีวิต  

 

                




 

      
วัดพรหมคุณาราม  มลรัฐอริโซน่า  สหรัฐอเมริกา
Wat Promkunaram  (Buddhist Temple of Arizona)
17212  W.  Maryland  Ave.  Waddell,  AZ  85355